HOME ABOUT US PROMOTION ACTIVITY GALLERY Facebook CONTACT US

::  Anglo Phone Special Offer ทุกวันเสาร์ ที่ 2 และ 4 ของเดือน เวลา 12.00- 14.00 น. :: +++ แองโกลโฟน สีลม ชั้น 14 Paso Tower Tel: 02-6344055 +++ ::

Australia

America
Canada
New Zealand
United Kingdom
Italy
Spain
Switzerland
China
Singapore


Apply
Study&travel
work&travel
work&study
Scholarships
newsletter
exchange rate




  



   United State of America : กรุณาเลือกหมวดหมู่

 

 

...ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีความ
โดดเด่นมากในเรื่องของ เทคโนโลยีและระบบ
การเงิน คนส่วนใหญ่นิยมไปศึกษาต่อ ประเทศ
สหรัฐอเมริกาเนื่องจากจะได้ความรู้ทางด้าน
วิชาการแล้ว การไปเรียนต่อประเทศสหรัฐ
อเมริกายังจะได้ฝึกฝนทักษะการใช้ภาษา
อังกฤษอย่าง เต็มที่..

ลักษณะภูมิประเทศ
...ประเทศสหรัฐอเมริกา มีพื้นที่ประมาณ
3,787,319 ตารางไมล์ (เทียบได้ 18 เท่า
ของพื้นที่ประเทศไทย) มีประชากรประมาณ
245 ล้านคน มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ภายใต้รัฐบาลสหพันธรัฐ คำว่า “รัฐ” หมายถึง 1
ใน 50 พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ซึ่งมีอิสระในการ
ปกครองตนเอง มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล
ติดต่อกัน 48 มลรัฐทิศเหนือจรดประเทศแคนาดา
ทิศใต้จรดประเทศเม็กซิโกและอ่าวเม็กซิโก ทิศ
ตะวันตกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคทาง
ทิศตะวันออกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก
มลรัฐที่ 49 คือ อลาสกา อยู่ติดกับฝั่งตะวันออก
เฉียงเหนือของแคนาดาและมลรัฐ ที่ 50 คือ
ฮาวาย อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิค


ความแตกต่างเรื่องเวลา

..เวลาประเทศสหรัฐอเมริกาจะช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมง


สภาพภูมิอากาศ

สหรัฐอเมริกามี 4 ฤดูกาล คือ
  • ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน – สิงหาคม อากาศร้อนคล้ายเมืองไทย แต่ถ้ามีลมพัด ลมจะเย็นสบายกว่า
  • ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน – พฤศจิกายน อากาศจะเริ่มเย็น เพราะจะเข้าฤดูหนาว ฤดูนี้เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวมากที่สุด
  • ฤดูหนาว เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อากาศหนาวมาก อุณหภูมิตั้งแต่ – 30 ํC ถึง 10 ํC
  • ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม – พฤษภาคม อากาศอบอุ่น


...เมืองทางแถบตะวันออก ของประเทศอากาศในช่วงฤดูหนาว และฤดูร้อนจะแตกต่างกัน
อย่างชัดเจน ส่วนทางด้านชายฝั่งตะวันตกค่อนข้างจะมีฝนตกบ่อย มีหิมะตกพอสมควร
ปริมาณแสงแดดก็มีไม่มากนัก ทางตอนกลางของประเทศมีหิมะตกพอสมควรถึงหนักมาก
แสงแดดค่อนข้างมาก 

***
ในฤดูใบไม้ร่างจะมีการหมุนเข็มนาฬิกา ให้เวลาเดินหน้าเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง โดยจะหมุนใน
วันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม และในฤดูใบไม้ผลิ จะหมุนเข็มนาฬิกาให้เวลาถอยหลัง
1 ชั่วโมง โดยจะหมุนในวันอาทิตย์แรก ของเดือนเมษายน***


10 เมืองในสหรัฐอเมริกาที่ "น่าเรียน" "น่าเที่ยว"

New York City

..เมืองที่ประกอบด้วยประชากรประมาณ
18 ล้านคน เป็นหนึ่งในเมืองยอดนิยมของ
นักเรียนและนักท่องเที่ยว จากทั่วทุกมุมโลก
เมืองที่ไม่เคยหลับใหล ที่จะสามารถเข้าชม
สถานที่ สำคัญมากมายและร่วมกับกิจกรรม
ต่างๆ ได้อย่างไม่หมดสิ้น เช่น ตึก Empire
State, Time Square , ตึก Chrysler, Central
Park, สะพาน Brooklyn และอีกมากมาย พร้อมร่วมสนุกกับการชมกีฬาที่ Madison
Square Garden, ชมสัตว์นานาชนิดที่
Bronx Zoo ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับ Central Park


San Francisco

...เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าสนใจที่สุดแห่ง
หนึ่งของโลก ด้วยความหลากหลายทาง
วัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ
อีกทั้งผู้คนที่นี่ยังมี ความเป็นกันเอง
อย่างมากด้วยเป็นเมืองที่ประกอบไป
ด้วยประชากรหลากหลายที่น่าตื่นตา
ตื่นใจ พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวเยี่ยมยอด
เพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยวไปยัง
Yosemite, Carmel, Monterey และ LA...


Los Angeles

...หรือที่รู้จักในชื่อ แอลเอ (L.A.) เป็น
ที่มีประชากรมากที่สุดอันดับ 2 ในอเมริกา
และเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง ทางด้าน เศรษฐกิจ
วัฒนธรรม และการบันเทิง ลอสแอนเจลิส
ตั้งอยู่ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้เป็นที่รู้จัก
ในชื่อของที่ตั้งของ ฮอลลีวูด และปลายทาง
ของถนนสายประวัติศาสตร์ รูท 66
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่ใน L.A.
ได้แก่ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) และ มหาวิทยาลัย
เซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (USC)


Florida

 .. เป็นมลรัฐที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ
สหรัฐอเมริกา เป็นที่รู้จักกันในนาม ซันไชน์สเตต (Sunshine State) มีพื้นที่
ส่วนใหญ่เป็นแหลมตั้งอยู่ระหว่าง อ่าว
เม็กซิโก มหาสมุทรแอตแลนติก และช่อง
แคบฟลอริดา คำว่า "ฟลอริดา" เป็นภาษา
สเปนซึ่งหมายถึง "ที่ซึ่งอุดมไปด้วยดอกไม้"
นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง
อาทิเช่น Disney World, Universal Studio,
EPCOT Center, Animal Kingdom,
Kennedy Space Center และ Daytona Beach ซึ่งเป็น “ ชายหาดที่มีชื่อเสียง
ที่สุดในโลก”



Chicago

...เป็นเมืองตั้งอยู่ในมลรัฐอิลลินอยส์ รู้จัก
กันในชื่อ "เมืองแห่งลม" (Windy City) ชิคาโกเป็นเมืองใหญ่อันดับสามในสหรัฐ
อเมริกาเทียบตามจำนวนประชากร ซึ่งมี
ประชากรประมาณ 9 ล้านคน เป็นศูนย์กลาง
ความเจริญแห่งหนึ่งของโลกและในปัจจุบัน
นับเป็น 1 ใน 10 เมืองสำคัญของโลกทาง
ด้านเศรษฐกิจและสังคม ชิคาโกยังคงเป็น
ศูนย์กลางทางด้านความเจริญ การเงิน
การคมนาคม และวัฒนธรรมที่สำคัญของ
เขตมิดเวสต์

*และมีสถาบันสอนภาษาอังกฤษชั้นนำอย่าง
Intrax International Institute ยังมีสาขาที่
San Diego, San Francisco

 

Boston

..บอสตันเป็นที่รู้จักกันดีในนามของเมืองที่
มีมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกหลายแห่ง
เช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ มหาวิทยาลัย MIT และยังเป็นเมืองใน
อเมริกาที่มีประวัติติความเป็นมาที่ยาวนาน นอกจากนั้น ยังมีสถานที่สำคัญทางด้าน
ประวัติศาสตร์หลายแห่งที่น่าสนใจ รวมไป
ถึงพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ด้วยบอสตันเป็นเมือง
4 ฤดูชัดเจน (ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม่ร่วง
ฤดูร้อน และฤดูหนาว)..

 

Hawaii

...เป็นรัฐในสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่ในหมู่
เกาะฮาวายในมหาสมุทรแปซิฟิก ฮาวาย
ได้รวมเข้ากับสหรัฐอเมริกา เป็นลำดับ
สุดท้าย ลำดับที่ 50 โดยมีโฮโนลูลู เป็น
เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐ
ภาษาทางการของรัฐคือ ภาษาอังกฤษ
และ ภาษาฮาวาย ฮาวายได้มีชื่อเล่น
ของรัฐว่า "รัฐอะโลฮา" (Aloha State)
สถานที่ท่องเที่ยวนิยมยอดฮิตคือ
เกาะฮาวาย ด้วยความสวยกลิ่นอาย
ความเป็นธรรมชาติ และยังมีมหาลัย
ที่เด่นอย่าง Hawaii Pacific University
อีกด้วย...


Washington D.C

...วอชิงตัน ดี.ซี.เป็นเมืองหลวงของสหรัฐ
อเมริกา สร้างในสมัยประธานาธิบดี จอร์จ
วอชิงตัน ประธานาธิบดีท่านแรกของสหรัฐ
อเมริกา ติดต่อกับรัฐเวอร์จิเนียและรัฐ
แมริแลนด์ โดยวอชิงตัน ดี.ซี. อยู่ในเขต
ฝั่งซ้ายของแม่น้ำพอตอแมก (Potomac
River)สถานที่สำคัญในเมืองประกอบด้วย 
ทำเนียบขาวตึกสำคัญและตึกรัฐสภาสหรัฐ
อเมริกาเป็นสถานที่สำคัญ รวมถึงพิพิธภัณฑ์
ที่หลายแห่งบริเวณรอบ มีมหาลัยและสถาบัน
ชั้นนำกลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยจอร์จ
ทาวน์, มหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน เป็นต้น..


Las Vegas

...ลาสเวกัสตั้งอยู่ในรัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา
เป็นเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่งมีความเจริญเติบโต
ของธุรกิจและมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่าง
ต่อเนื่อง เป็นเมืองของการเสี่ยงโชคโดยมี
คาสิโนเป็นจำนวนมาก และมีสถาบันสอน
ภาษาอังกฤษที่ได้คุณภาพอย่าง FLS เป็นต้น


Seattle

...ซีแอตเทิลเป็นเมืองท่าชายฝั่งในรัฐวอชิงตัน
เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแปซิกฟิค
ตะวันตกเฉียงเหนือ มีสถานที่ที่น่าหลงใหล
อย่างเช่น Pike Place Marke ที่มีสินค้าพื้นเมือง
หลากหลาย และเมืองซีแอตเทิลยังเป็นที่ตั้ง
ของ Boeing Factory แต่ยังคงความอุดม
สมบูรณ์ของธรรมชาติไว้ และที่ Mt.Rainier National Park เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความ
กว้างให้ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด และ ซีแอตเทิลถือเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยแห่ง
หนึ่งของสหรัฐอเมริกา...


Back To Top

 

ที่พักในสหรัฐอเมริกา

Homestay

..การพักแบบโฮมสเตย์ในสหรัฐอเมริกา เป็นการอาศัย
อยู่กับเจ้าของบ้านที่เป็นคนท้องถิ่นในประเทศ และ
นอกจากนี้สามารถได้ฝึกสนทนากับผู้ดูแลแบบเป็นกัน
เองบางบ้านอาจมีพาไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เหมือน
น้องๆ ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว และทำให้ไม่รู้สึก
เหงา เหมาะสำหรับนักเรียนที่เพิ่งเดินทางมาใหม่หรือ
มาเรียนเพียงคนเดียว...

Shared Apartment 

..การเช่าอพาร์ทเม้นท์ในสหรัฐอเมริกาจะมีราคา ที่ค่อนข้างสูง สามารถหาเช่าอพาร์ทเม้นท์ได้ที่
เว็บไซต์หาที่พักในอเมริกา สามารถเปลี่ยนเมือง
ที่จะพักได้ ในอพาร์ทเม้นท์อาจมีผู้เช่าอื่นอาศัย
อยู่ด้วยเนื่องจากเป็นการแชร์ค่าที่พักกัน

 


Dormitory

..การอาศัยในหอพักไม่ว่าจะของทางมหาลัยหรือ
ทางสถาบันสอนภาษาเป็นผู้จัดหาให้จะมีราคาถูก
และมีความปลอดภัยพอสมควร ถึงแม้ต้องอาศัย
ร่วมกับนักศึกษาอื่นที่มาจากหลายประเทศก็ตาม
และยังสามารถเป็นเพื่อนช่วยเหลือกันได้อีกด้วย
ข้อเสียของหอพักคือค่อนข้างจองยากและเต็มเร็ว

Guest House

..เป็นที่พักอาศัยที่ไม่เหมาะกับนักเรียนมากนัก
เพราะมีผู้คนที่หลากหลาย มาพักเพื่อท่องเที่ยว
และเปลี่ยนผู้อาศัยด้วยบ่อยต้องการพักเพียง
ชั่วคราว ในส่วนของราคาจะมีราคาถูกกว่าเมื่อ
เปรียบเทียบกับการเข้าพักโรงแรม สิ่งสำคัญ
เมื่อพักอาศัยในลักษณะ Guest House คือ
ต้องระวังทรัพน์สินสิ่งของมีค่า

Hotel

..การเข้าพักที่โรงแรมมีราคาสูง แต่มีความสะดวก
สบายครบครัน โรงแรมมีตั้งแต่ระดับปานกลาง
ถึงแพงมาก เมื่อเทียบกับการพักที่ Homestay จะ
สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะกว่าการ
พักโรงแรม การพักโรงแรมจึงเหมาะสำหรับมาพัก
ในช่วงท่องเที่ยวเป็นเวลาสั้น ๆ

 

Back To Top

 

วีซ่านักเรียนแบบ (F-1 Student Visa และ แบบ J-1 Visa)

F-1 Visa

...คือ วีซ่านักเรียนอเมริกา ใช้สำหรับเดินทางเข้าอเมริกา เพื่อวัตถุประสงค์ทางการ
ศึกษาแบบเต็มเวลา วีซ่าชนิดนี้มีชื่อเรียกตามสถานทูตอเมริกาว่า วีซ่านักเรียน F-1
ซึ่งเป็นหนึ่งในวีซ่าอเมริกา ประเภทชั่วคราว หรือ non-immigration visa ซึ่งนักเรียน
ที่ความต้องการไปเรียนต่ออเมริกา  ควรต้องศึกษาให้เข้าใจถึงหลักเกณฑ์ ในการ
ยื่นขอ วีซ่านักเรียนอเมริกาเพื่อจะได้ประสบความสำเร็จในการยื่นวีซ่า

J-1 Visa

...คือ วีซ่าสำหรับนักเรียน หรือนักศึกษาทต้องการเดินทางไปศึกษาแลกเปลี่ยนทั้งใน
เรื่องวัฒนธรรมหรือ วิชาการ โดยผู้ขอจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศได้สูงสุด 2 ปี
อีกทั้งได้รับอนุญาตให้ทำงานโดยไม่จำกัดชั่วโมงการทำงาน และไม่จำกัดจำนวนงาน
อีกด้วย เหมาะสำหรับ ,Professor, Postdoctoral, Visitor หรือ พนักงาน ที่มาทำวิจัยดู
งานหรือมาเข้าร่วม Workshop Conference ต่างๆ

ขั้นตอนการขอ วีซ่านักเรียนอเมริกา
(
F-1 Student Visa)

- เตรียมเอกสารยื่น วีซ่านักเรียนอเมริกา
  • หนังสือเดินทาง (Passport)
  • รูปถ่ายสี พื้นหลังขาว ขนาด 5×5
    เซนติเมตร เห็นใบหู ถ่ายไม่เกิน
    6 เดือน 1 รูป
  • เอกสารอื่นๆ เพื่อใช้ประกอบการ
    ยื่นวีซ่านักเรียนอเมริกา เช่น
    - หลักฐานการศึกษา
    - หลักฐานการทำงาน
    - หลักฐานทางการเงิน
  • แบบฟอร์มขอวีซ่านักเรียนอเมริกา(DS160)
  • เอกสาร I-20 จากสถาบันที่ลงทะเบียนเรียน
  • ใบยื่นวันนัดสัมภาษณ์
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียม
  • ใบเสร็จ SEVIS FEE

ขั้นตอนการขอ วีซ่านักเรียนอเมริกา
(J
-1 Visa)

- เตรียมเอกสารยื่น วีซ่านักอเมริกา
  • หนังสือเดินทาง (Passport)
  • รูปถ่ายสี พื้นหลังขาว ขนาด
    2×2 นิ้ว
  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
  • เอกสารอื่นๆ เพื่อใช้ประกอบการ
    ยื่นวีซ่านักเรียนอเมริกา เช่น
    - หลักฐานการศึกษา
    - หลักฐานการทำงาน
    - หลักฐานทางการเงิน
  • ใบรับรองทางการแพทย์
  • เอกสาร DS-2019 เจ้าของ
    โครงการเป็นผู่ส่งมา
  • ใบยื่นวันนัดสัมภาษณ์
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียม
  • ใบเสร็จ SEVIS FEE

 

ข้อมูลการสอบ TOEFL

TOEFL ย่อมาจาก Test of English as a Foreign Language เป็นการทดสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษ
ตามมาตรฐานของภาษาอังกฤษแบบอเมริกา มีการออกแบบสำหรับใช้ในการประเมินความสามารถ
ทางภาษาของผู้สอบ เพื่อนำไปใช้เป็นเกณฑ์ในเรื่องของการศึกษาต่อ หรือทำงานในประเทศที่ใช้
ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร โดยผลคะแนนโทเฟลจะมีผลใช้ได้เป็นระยะเวลา 2 ปี

...TOEFL จะทดสอบทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้าน
ซึ่งทักษะทั้ง 4 ด้าน มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ
การเรียนต่อประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่

  • การพูด (Speaking)
  • การฟัง (Listening
  • การอ่าน (Reading)
  • การเขียน (Writing)

...โดยทั่วไปจะมีเวลาในการสอบประมาณ 4 ชั่วโมง
ครึ่ง แบ่งเป็นหมวดตามนี้

ทักษะ
ลักษณะข้อสอบ
เวลาสอบ
การพูด
อ่านบทความ 3- 5
และจะมีคำถาม
ภายในบทความนั้น
60-100 นาที
การฟัง
ฟังการบรรยายและบท
สนทนาและตอบคำถาม
ประมาณ 5 ข้อ
60-90 นาที
การอ่าน
พูด 2 หัวข้อเกี่ยวกับการ
แสดงออกเรื่องทั่วไป
20 นาที
การเขียน
1 หัวข้อเกี่ยวกับสิ่งที่ได้
อ่านและได้ฟังมา อีก 1
แสดงความคิดเห็นสนับ
สนุนหัวข้อ
50 นาที

 

 

Back To Top

 

  • สกุลเงินประจำชาติสหรัฐอเมริกา คือ ดอลลาร์ (US Dollar, USD, US$) โดยที่ $1 จะเท่ากับ
    100 เซ็นต์ (cents)
ค่าเงิน
ชื่อเรียก
1 เซนต์ เพนนี (penny)
5 เซนต์ นิกเกิล (Nickel)
10 เซนต์ ไดม์ (dime)
25 เซนต์ ควอเตอร์ (quarter)
100 เซนต์ หรือ
1 ดอลล่าสหรัฐ
($1) บั๊ก (Buck)
1000 ดอลล่าสหรัฐ แกรนด์ (Grand)

ระบบไฟฟ้า

สหรัฐอเมริกามีระบบไฟฟ้าแบบ 115 Volts, 60 Cycles ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทย ถ้า
นักศึกษา ต้องการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยไปก็จำเป็นต้องหาซื้อเครื่องแปลง
กระแสไฟฟ้า (Adapter) ไปด้วย

ระบบน้ำประปา

ระบบน้ำประปาของสหรัฐอเมริกานั้นมีมาตรฐานสูงซึ่งประชาชนสามารถดื่มน้ำประปา
จากก๊อกน้ำได้โดยไม่จำเป็นต้องนำน้ำไปต้มแต่อย่างใด

ระบบโทรศัพท์

...ในสหรัฐอเมริกามีบริการโทรศัพท์สาธารณะอยู่ทั่วไปทั้งแบบหยอดเหรียญ ใช้บัตรโทรศัพท์ รวมถึงบัตรเครดิต ซึ่งถือได้ว่ามีความสะดวกสบายอย่างมาก นอกจากนี้นักศึกษา ที่มา ศึกษา
ต่ออเมริกา ยังสามารถขอติดตั้งโทรศัพท์ภายในที่พักของตนเองได้อีกด้วย ซึ่งมีขั้นตอนไม่
ยุ่งยากเนื่องจากเป็นบริการขั้นพื้นฐานที่ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดให้แก่ประชาชน โดยมีองค์กร
ซึ่งให้บริการอยู่ 2 ประเภท คือ องค์การโทรศัพท์ท้องถิ่น และองค์การโทรศัพท์ทางไกล

  • การโทรศัพท์จากประเทศไทยไปสหรัฐอเมริกาก็สามารถทำได้โดยกด 001 + 1 (รหัสประเทศสหรัฐอเมริกา) + area code + หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง
  • การโทรศัพท์จากสหรัฐอเมริกากลับมาประเทศไทยทำได้โดยกด 011 + 66 (รหัสประเทศไทย) + 2 (รหัสกรุงเทพ) +หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง

Chancery (Wisconsin Ave.)

1024 Wisconsin Ave. N.W.,Washington, DC 20007
Tel: 202-944-3600
Fax: 202-944-3611
M – F 9:00 am – 12:30 pm & 2:00 pm – 5:00 pm

(Except Holidays)

-----------------------------------------------------------------------------------------

Consular Office (Kalorama Rd.)

2300 Kalorama Rd. N.W.,Washington, DC 20008
Tel: 202-684-8493
Fax: 202-459-9536
M – F 9:00 am – 12:00 pm

(Except Holidays)

 

Back To Top

 

 


       


 

 
TIECA

Bangkok Thailand (Head Office)
Unit B2, Level 14 Paso Tower, 88  Silom Road Bangkok Thailand 10500
Tel: 02-634-4055 Fax: 02-634-4056 . Hotline: 089-4466335
E-mail: info@anglophonegroup.com

Branch Office (Siam University) Anglo American
25 Level 2, Petchkasem Road, Banwa,Bangkok 10160
Tel/ Fax : 02- 0694132 Mobile 089-4884256
E-mail: info@anglophonegroup.com

     

 

 
Copyright © 2009 Anglo Phone Group.com. All rights reserved.